วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หลายรัฐจ่อฟ้อง'โอบามา'ลงนามกฎหมายสุขภาพ

หลัง บารัค โอบามา ลงนามบังคับใช้กฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพ หลายรัฐเล็งฟ้องขอให้ล้มเลิก เพราะทำให้แต่ละรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณเพิ่มมหาศาล...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพฉบับประวัติศาสตร์แล้ว พิธีจัดขึ้นท่ีห้องตะวันออกของทำเนียบขาว โดยโอบามาใช้ปากกาถึง 20 ด้ามในการลงนามกฎหมายปฏิรูประบบดูแลสุขภาพครั้งใหญ่ท่ีสุดในรอบ 40 ปี ซึ่งหนากว่า 2,000 หน้า ท่ามกลางสมาชิกรัฐสภา และสักขีพยานฝ่ายพรรคเดโมแครตจำนวนมากท่ีปรบมืออย่างยินดีปรีดา

โอบามากล่าวว่า หลังพยายามมาเกือบศตวรรษ ผ่านการอภิปรายถกเถียงในสภามากว่า 1 ปี และหลังนับคะแนนทั้งหมด การปฏิรูประบบประกันสุขภาพก็กลายเป็นกฎหมายในสหรัฐอเมริกาแล้ว กฎหมายนี้จะขับเคลื่อนการปฏิรูปซึ่งชาวอเมริกันหลายชั่วอายุคนร่วมขบวนต่อสู้เพื่อให้ได้มา และกระหายจะเห็น

พิธีลงนามมีขึ้นหลังสภาผู้แทนฯ ผ่านร่างกฏหมายนี้ด้วยคะแนน 219-212 เสียงเมื่อวันที่ 21 มี.ค. สาระสำคัญของกฎหมายปฎิรูประบบประกันสุขภาพมูลค่า 940,000 ล้านดอลลาร์นี้ รวมทั้งจะขยายการประกันสุขภาพให้ชาวอเมริกันอีก 32 ล้านคน ส่งผลให้พลเมืองอเมริกันอายุต่ำกว่า 65 ปี ถึง 95% และผู้อยู่อาศัยในสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมายมีประกันสุขภาพ แต่ถูกฝ่ายรีพับลิกันต่อต้านอย่างสุดกำลัง เพราะเห็นว่าจะทำให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไป อีกทั้งขัดต่อเจตนารมย์ของชาวอเมริกันโดยรวม

ก่อนบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์ วุฒิสภายังต้องอภิปรายกฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพฉบับปรับแก้ของสภาผู้แทนฯ ซึ่งรวมทั้งข้อตกลงพิเศษเพื่อเอ้ือประโยชน์ให้บางรัฐ และแผนอุดช่องโหว่ในแผนประกันสุขภาพผู้สูงอายุ ก่อนลงมติรับรองขั้นสุดท้ายด้วยเสียงข้างมากเกิน 50%

อย่างไรก็ตาม หลังพิธีลงนามไม่นาน สำนักงานกระทรวงยุติธรรมของ 14 รัฐ รวมทั้งฟลอริดา อลาบามา โคโลราโด ไอดาโอ มิชิแกน เท็กซัส ยูทาห์ วอชิงตัน ฯลฯ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ขอให้ล้มเลิกกฏหมายนี้ และคาดว่าจะมีอีกหลายรัฐเข้าร่วม เพราะเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญกลาง และละเมิดอธิปไตยของรัฐตน ทำให้แต่ละรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณเพิ่มมหาศาล อีกทั้งบังคับให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องซ้ือประกันสุขภาพมิฉะนั้นจะถูกปรับ แต่ผู้สันทัดกรณีชี้ว่าความพยายามล้มล้างกฎหมายนี้จะล้มเหลว เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางต้องอยู่เหนือกฎหมายของแต่ละรัฐ

แต่ข้อถกเถียงเรื่องนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสกลางเทอมในปลายปีนี้ ส่วนโพลของ “ยูเอสเอ ทูเดย์/แกลลัพ” ซึ่งจัดทำหลังกฎหมายฯ ผ่านสภาผู้แทนฯ 1 วันระบุว่า ชาวอเมริกันถึง 49% หรือเกือบครึ่งสนับสนุนกฎหมายนี้ว่าเป็น “สิ่งที่ดี” และ 40% คัดค้าน ระบุว่าเป็น “สิ่งท่ีแย่” ส่วน 11% ไม่มีความเห็น โดยผู้สนับสนุนส่วนใหญ่เป็นฝ่ายเดโมแครตถึง 79% ขณะท่ีผู้ต่อต้านเป็นฝ่ายรีพับลิกันถึง 76

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น