วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สุขภาพดีง่ายๆด้วยการกินดี

การรักษาสุขภาพ และการเอาใจใส่เรื่องการบริโภค ไม่เพียงแต่ทำให้รูปร่างดีเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ทำให้คุณเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างง่ายดาย และยังทำให้คุณห่างไกลจากโรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน ทั้งนี้การป่วยด้วยโรคต่างๆ มีส่วนมาจากการเลือกรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หากมีการออกกำลังควบคู่ไปด้วยยิ่งส่งผลให้ทั้งสุขภาพและรูปร่างของคุณดูดีอยู่เสมอ

นี่คือหลักการง่ายๆของการรับประทานอาหารเพื่อการมีสุขภาพที่ดี

พึงระวังโรคที่มากับความเค็ม
การบริโภคเกลือมากเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการอาจทำก่อให้เกิดโรคหัวใจ รวมถึงภาวะอุดตันของเส้นเลือด ด้านองค์การอาหารแนะนำว่า ร่างกายต้องการปริมาณเกลือในแต่ละวันเพียง 6 กรัมเท่านั้น ดังนั้นจึงพึงระวังโรคร้ายที่แฝงมากับเกลือจากผลิตภัณฑ์ของอาหารในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับเกลือมากเกินความต้องการ

ทั้งนี้การชิมอาหารก่อนการเติมเครื่องปรุงเพิ่มนั้น อาจทำให้คุณไม่ปรารถนาที่จะเติมเกลือเพิ่มลงไป หรือไม่อย่างนั้นคุณอาจใช้เครื่องปรุงสมุนไพรให้มีรสชาติจัดจ้านแทน

ระวังโรคอ้วนจู่โจม
หากคุณเป็นคนที่มีรูปร่างอ้วนมากเกินไป จากการเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีไขมันสูงนั้น อาจส่งผลให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้น มักพบในอาหารจำพวก พาย พาสทรีส์ บิสกิต ดังนั้นทางที่ดี จึงควรเลือกบริโภคอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันตับปลา ถั่ว หรือ อโวคาโด อาหารเหล่านี้ สามารถลดปริมาณไขมันในเส้นเลือดได้

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วันอนามัยโลก 'WHO' รณรงค์สุขภาพคนเมือง

วันอนามัยโลก ในวันที่ 7 เม.ย. นี้ องค์การอนามัยโลกจัดกิจกรรม “1,000 Cities 1,000 Lives” รณรงค์ส่งเสริมสุขภาพคนเมือง หลังเผชิญภัยคุกคามสุขภาพมากขึ้น...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่า “วันอนามัยโลก” ในวันที่ 7 เม.ย. นี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดการรณรงค์ครั้งใหญ่ใน 1,000 เมืองใหญ่ทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “1,000 Cities 1,000 Lives” โดยจัดกิจกรรมต่างๆ บนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะเพื่อส่งเสริมสุขภาพของ “คนเมือง” ซึ่งมีจำนวนกว่าครึ่งของประชากรทั้งโลก หลังเกิดจุดเปลี่ยนผ่าน ประชากรในเมืองพุ่งเกิน 3,000 ล้านคน มากกว่าประชากรในชนบทเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2550 ขณะท่ีประชากรทั้งโลกมีจำนวนกว่า 6,000 ล้านคน

นางลอรี สโลท หนึ่งในเจ้าหน้าท่ีของ WHO ผู้ผลักดันโครงการนี้เผยว่า คนเมืองเผชิญภัยคุกคามสุขภาพ 3 ประการใหญ่ๆ คือ 1. โรคติดต่อ โดยเฉพาะในพื้นท่ีขาดแคลนน้ำและสุขอนามัย 2. รูปแบบการใช้ชีวิตท่ีเคร่งเครียดกดดัน เต็มไปด้วยอาหารจานด่วน การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นบ่อเกิดโรคเรื้อรังเช่นเบาหวาน มะเร็ง โรคหัวใจและทางเดินหายใจ และ 3. ความรุนแรง อาชญากรรม การจราจรบนท้องถนนและการบาดเจ็บ ขณะท่ีความยากจนในเขตเมืองทำให้ปัญหาเหล่านี้รุนแรงยิ่งขึ้น โดยประเมินว่ามีผู้คนอาศัยอยู่ตามสลัมในเมืองต่างๆ ทั่วโลกราว 830 ล้านคน

นายจอห์น โฮล์ม หัวหน้าสำนักงานด้านมุนษยธรรมของสหประชาชาติ ยังเตือนว่า บางเมืองตั้งอยู่ในเขตแผ่นดินไหว และ บางเมืองริมชายฝั่งซึ่งมีประชากรหลายล้านคนเผชิญภัยจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และความเสี่ยงจากอภิมหาภัยพิบัติท่ีว่านี้สูงขึ้นเรื่อยๆ

อนึ่ง ในกลุ่มเมืองใหญ่ท่ีสุดของโลก รวมทั้งกรุงโตเกียว ซึ่งมีประชากรกว่า 35 ล้านคน นครมุมไบ กรุงนิวเดลี กรุงเม็กซิโก ซิตี้ และนครเซา เปาโล ซึ่งแต่ละเมืองมีประชากรกว่า 20 ล้านคน

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

'ชุมพล' หวังฟื้นท่องเที่ยวเน้นทัวร์สุขภาพ

"ชุมพล" หวังเน้นท่องเที่ยวด้านสุขภาพมากขึ้น ตลาดอาหรับกำลังบูมมาก รวมทั้งอินเดีย ชี้ การชุมนุมคนเสื้อแดงไม่กระทบเที่ยวไทย ตัวเลขขณะนี้มียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้ว 3 หมื่นกว่า...

เมื่อเวลา 09.20 น. 6 เม.ย. นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลกระทบต่อธุรกิจภายในประเทศ จากการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงไม่มาก ซึ่งตัวเลขในขณะนี้มียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาแล้วถึง 3 หมื่นกว่า และยอดรวมเดือนมีนาคมทั้งเดือน มากกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปี 2552 ตรงนี้ขอยืนยัน รายได้จากนักท่องเที่ยวในขณะนี้ มีมากกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 ที่ผ่านมา

นายชุมพล ยังกล่าวอีกว่า แต่ยอมรับ ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าที่ม็อบปิดถนนสี่แยกราชประสงค์นั้น ต่างได้รับผลกระทบกระเทือนมาก ซึ่งเป็นผลกระทบภายในประเทศ แต่โดยองค์รวมของประเทศสิ้นเดือนมีนาคม ปรากฎว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าปีกลาย อาจเป็นเพราะผลจากการกระตุ้นจากปีที่แล้วยังส่งผลอยู่ก็เป็นได้ ส่วนธุรกิจโรงแรมที่มองว่าตัวเลขหายไปเยอะ โดยเฉพาะเหนือและภาคใต้นั้น ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้โลว์ซีซั่นแล้ว ฝรั่งที่หนีหนาวเพื่อที่จะมารับลมทะเลลดลงไป ดังนั้น ททท.จะพยายามกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนี้ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการชดเชยสิ่งที่สูญเสียไป และเชื่อว่าทำได้ เพราะปีที่ผ่านมามีวิกฤติขนาดหนักมาก ตัวเลขยังออกมา 14.1 แต่ปีนี้เราจะพยายามให้มากยิ่งขึ้น

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการที่ออกมาตอนนี้คือ เรารณรงค์นอกประเทศเป็นส่วนใหญ่ ในประเทศคือการหมุนเวียนของคนในปีนี้ จะเน้นทางด้านสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น และตลาดทางอาหรับตอนนี้กำลังบูมมาก รวมทั้งทางอินเดีย ซึ่งจะเกี่ยวกับการแต่งงานและมีทีละมากๆ เมื่อถามว่า ในส่วนนี้รัฐบาลมีการอ่อนข้อให้กับทางกลุ่มคนเสื้อแดงมากเกินไปหรือไม่ เพราะสามารถส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวได้นั้น นายชุมพล กล่าวว่า ถ้าทำรุนแรงไปจะมีปัญหา คิดว่ามาตรการที่นิ่มบ้างแข็งบ้างก็น่าจะเหมาะสม ทางกระบวนการยุติธรรมก็มีการดำเนินการที่ถูกต้องอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาการรับมือม็อบเสื้อแดงของรัฐบาลค่อนข้างอ่อนไปหรือไม่ นายชุมพล ตอบว่า ต้องใช้ด้วยความรอบคอบ จะต้องดูสถานการณ์ว่าเราจำเป็นแค่ไหน หากเพื่อป้องกันตัวคงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการชุมนุมที่ราชประสงค์สะเทือนแน่นอน เพราะเม็ดเงินที่หาย คือหายภายในประเทศ แต่ไม่ได้หายในลักษณะที่คนต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ในช่วงที่แล้วมา คนต่างประเทศไปอาบแดดที่ทะเลเป็นส่วนใหญ่ ส่วนผู้ที่อยู่ในกทม. ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุน และนักท่องเที่ยวที่มาครั้งแรก ถ้ามาครั้งที่สองสาม จะมีการจัดโปรแกรมหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว สรุปคือที่ราชประสงค์กระเทือนแน่นอน และนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทย สะเทือนในเรื่องของการจัดโปรแกรมมา แต่ไม่ได้มากมาย

ส่วนในช่วงสงกรานต์ไม่มีปัญหา ทั้งที่ถนนข้าวสาร ถนนข้าวเหนียวที่ขอนแก่น และที่พัทยา และการที่นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปฯ ออกมากล่าวว่า อยากให้โรดแม็พ 9 เดือนร่นระยะเวลาลง เพราะอยากให้ทุกฝ่ายตกลงกันได้นั้น ตนคิดว่าในส่วนนี้ยังไม่มีข้อยุติ ก็ต้องว่ากันไปก่อน จริงๆ แล้วในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา เรามีจุดยืนมาตลอดว่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราให้เสร็จเสียก่อน จังหวะที่ดีที่สุดในการแก้รัฐธรรมนูญคือสิ้นปีหรือต้นปี เพราะต้องใช้เวลาพอสมควรในการแก้กฎหมายลูกอีก ถ้าไม่แก้ทุกอย่างก็จะเข้าไปสู่ระบบเดิม ก็ไม่มีประโยชน์

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หลายรัฐจ่อฟ้อง'โอบามา'ลงนามกฎหมายสุขภาพ

หลัง บารัค โอบามา ลงนามบังคับใช้กฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพ หลายรัฐเล็งฟ้องขอให้ล้มเลิก เพราะทำให้แต่ละรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณเพิ่มมหาศาล...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพฉบับประวัติศาสตร์แล้ว พิธีจัดขึ้นท่ีห้องตะวันออกของทำเนียบขาว โดยโอบามาใช้ปากกาถึง 20 ด้ามในการลงนามกฎหมายปฏิรูประบบดูแลสุขภาพครั้งใหญ่ท่ีสุดในรอบ 40 ปี ซึ่งหนากว่า 2,000 หน้า ท่ามกลางสมาชิกรัฐสภา และสักขีพยานฝ่ายพรรคเดโมแครตจำนวนมากท่ีปรบมืออย่างยินดีปรีดา

โอบามากล่าวว่า หลังพยายามมาเกือบศตวรรษ ผ่านการอภิปรายถกเถียงในสภามากว่า 1 ปี และหลังนับคะแนนทั้งหมด การปฏิรูประบบประกันสุขภาพก็กลายเป็นกฎหมายในสหรัฐอเมริกาแล้ว กฎหมายนี้จะขับเคลื่อนการปฏิรูปซึ่งชาวอเมริกันหลายชั่วอายุคนร่วมขบวนต่อสู้เพื่อให้ได้มา และกระหายจะเห็น

พิธีลงนามมีขึ้นหลังสภาผู้แทนฯ ผ่านร่างกฏหมายนี้ด้วยคะแนน 219-212 เสียงเมื่อวันที่ 21 มี.ค. สาระสำคัญของกฎหมายปฎิรูประบบประกันสุขภาพมูลค่า 940,000 ล้านดอลลาร์นี้ รวมทั้งจะขยายการประกันสุขภาพให้ชาวอเมริกันอีก 32 ล้านคน ส่งผลให้พลเมืองอเมริกันอายุต่ำกว่า 65 ปี ถึง 95% และผู้อยู่อาศัยในสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมายมีประกันสุขภาพ แต่ถูกฝ่ายรีพับลิกันต่อต้านอย่างสุดกำลัง เพราะเห็นว่าจะทำให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไป อีกทั้งขัดต่อเจตนารมย์ของชาวอเมริกันโดยรวม

ก่อนบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์ วุฒิสภายังต้องอภิปรายกฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพฉบับปรับแก้ของสภาผู้แทนฯ ซึ่งรวมทั้งข้อตกลงพิเศษเพื่อเอ้ือประโยชน์ให้บางรัฐ และแผนอุดช่องโหว่ในแผนประกันสุขภาพผู้สูงอายุ ก่อนลงมติรับรองขั้นสุดท้ายด้วยเสียงข้างมากเกิน 50%

อย่างไรก็ตาม หลังพิธีลงนามไม่นาน สำนักงานกระทรวงยุติธรรมของ 14 รัฐ รวมทั้งฟลอริดา อลาบามา โคโลราโด ไอดาโอ มิชิแกน เท็กซัส ยูทาห์ วอชิงตัน ฯลฯ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ขอให้ล้มเลิกกฏหมายนี้ และคาดว่าจะมีอีกหลายรัฐเข้าร่วม เพราะเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญกลาง และละเมิดอธิปไตยของรัฐตน ทำให้แต่ละรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณเพิ่มมหาศาล อีกทั้งบังคับให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องซ้ือประกันสุขภาพมิฉะนั้นจะถูกปรับ แต่ผู้สันทัดกรณีชี้ว่าความพยายามล้มล้างกฎหมายนี้จะล้มเหลว เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางต้องอยู่เหนือกฎหมายของแต่ละรัฐ

แต่ข้อถกเถียงเรื่องนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสกลางเทอมในปลายปีนี้ ส่วนโพลของ “ยูเอสเอ ทูเดย์/แกลลัพ” ซึ่งจัดทำหลังกฎหมายฯ ผ่านสภาผู้แทนฯ 1 วันระบุว่า ชาวอเมริกันถึง 49% หรือเกือบครึ่งสนับสนุนกฎหมายนี้ว่าเป็น “สิ่งที่ดี” และ 40% คัดค้าน ระบุว่าเป็น “สิ่งท่ีแย่” ส่วน 11% ไม่มีความเห็น โดยผู้สนับสนุนส่วนใหญ่เป็นฝ่ายเดโมแครตถึง 79% ขณะท่ีผู้ต่อต้านเป็นฝ่ายรีพับลิกันถึง 76

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

กรมสุขภาพจิตเน้นสร้าง 5 สุขให้ผู้สูงอายุ

กรมสุขภาพจิต เน้นให้ผู้สูงอายุสร้างคุณค่าให้ชีวิตด้วยความสุข 5 ประการ คือ สุขสบาย สุขสนุก สุขสง่า สุขสงบ และสุขสว่าง ปี 2593 ผู้สูงอายุทั่วโลกเพิ่มเป็น 1,963 ล้านคน ไทยเพิ่มเป็น 22 ล้านคน...

7 เม.ย. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุทั่วโลกได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งในเชิงปริมาณและสัดส่วน โดยองค์การสหประชาชาติ รายงานว่า ในปี 2545 ผู้สูงอายุทั่วโลกมีประมาณ 629 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,963 ล้านคน หรือร้อยละ 22 ในปี 2593 สอดคล้องกับจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยปัจจุบันที่มีมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณกว่า 7 ล้านคน โดยในปี 2593 จะเพิ่มเป็น 22 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 27 เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข

ด้านนพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการสำรวจผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุจ.นนทบุรี เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการอาศัยอยู่เป็นครอบครัว และต้องการให้ลูกหลานดูแล โดยเฉพาะเวลาเจ็บป่วย และต้องการให้กรมสุขภาพจิตดูแลเรื่องความเครียด

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 23.7 มีปัญหาสุขภาพจิต ต้องเข้ารับการรักษาด้วยอาการเครียด วิตกกังวล เบื่อหน่าย ท้อแท้ และนอนไม่หลับ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้เน้นให้ผู้สูงอายุสร้างคุณค่าให้ชีวิตด้วยความสุข 5 ประการ คือ สุขสบาย สุขสนุก สุขสง่า สุขสงบ และสุขสว่าง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์